ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ

ข้อดีของการมีคู่


  • กระทู้นี้ถูกล็อค กระทู้นี้ถูกล็อค
มี 4 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 pol

    เด็กใหม่

  • เด็ก ม.ต้น
  • Pip
  • 8 โพสต์
  • อายุ: 37

โพสต์เมื่อ 19 สิงหาคม 2011 - 04:01 PM

ลองมาดูกันว่าคนที่เค้ามีคู่แล้วเค้าเห็นข้อดีอะไรกันบ้าง ไม่งั้นคนเราก็คงจะอยู่กันเป็นโสดไปทั้งโลกแล้วใช่ไหม เราไปดูว่าตรงใจคุณผู้อ่านกันบ้างรึเปล่า



มีคนให้ปรึกษาเวลามีปัญหา


คนเราต้องมีช่วงเวลาที่มีปัญหากันทุกคนไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆหรือเรื่องคอขาดบาดตาย ที่สำคัญคือเรื่องเล็กของคนบางคนอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ของอีกคนก็เป็นได้ ดังนั้นถ้าคนที่มีคู่ คุณก็จะมีคนให้ปรึกษาเวลาที่คุณมีปัญหา บางครั้งอาจจะทำให้คุณได้มุมมองใหม่ในการแก้ปัญหาหรือคุณอาจจะพบทางออกจากคำตอบของคู่ของคุณก็เป็นได้ เพราะการหาคำตอบในการแก้ปัญหาสามารถทำได้หลายทางขึ้นอยู่กับคุณมองจากมุมไหน



มีคนดูแลยามเจ็บไข้



เวลาที่เราเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นช่วงที่ร่างกายของเราจะอ่อนแอ แล้วพาลจะทำให้จิตใจของเราอ่อนแอตามลงไปด้วย ถ้าช่วงเวลาที่คุณเจ็บป่วยทางร่างกายแต่มีคู่ของคุณมาคอยดูแลห่วงใยใกล้ชิดแล้วล่ะก็ ต่อให้คุณเจ็บป่วยแค่ไหนอย่างน้อยก็จะมีคนที่จะให้กำลังใจอยู่ข้างกายคุณอยู่ตลอดเวลา เวลาที่คุณมีพลังใจในการมีชีวิตต่อก็สามารถทำให้ร่างกายคุณแข็งแรงขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัวก็ได้



ไม่ได้รู้สึกว่าอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้



มนุษย์เป็นสัตว์สังคมตามที่เราได้ร่ำเรียนกันมา ครอบครัวและเพื่อนฝูงก็เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต คู่ของคุณก็เช่นกัน เวลาที่คุณรู้สึกเหงา อ้างว้าง โดดเดี่ยว คู่ของคุณนี่แหล่ะที่จะมาช่วยเติมเต็มความรู้สึกเหล่านี้ให้ ทำให้คุณรู้สึกได้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ยังมีคนที่คอยห่วงใยคุณนอกจากพ่อแม่และเพื่อนของคุณแล้ว คู่ของคุณก็จะทำให้คุณรู้สึกว่าสุดท้ายที่คิดว่าไม่มีใครเข้าใจแต่อย่างน้อยก็มีคนที่คุณจะกลับไปหาและทำ

ให้คุณรู้สึกอบอุ่นได้



ข้อดีเหล่านี้คือข้อดีหลักๆของการมีคู่ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตคู่อีกเยอะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวอยู่ที่ว่าเราจะเรียนรู้และยอมรับและเลือกที่มองให้มันเป็นสิ่งที่ดีเพื่อให้มีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่หรือว่าจะมองให้เป็นข้อเสียที่บั่นทอนจิตใจของเรา การใช้ชีวิตคู่ในความเป็นจริงก็ต้องพบกับอุปสรรคและก็ปัญหามากมายเช่นกัน แต่ถ้าคุณมีความรัก ความเข้าใจ ความอดทน การให้เกียรติซึ่งกันและกัน การให้อภัยและอีกหลายๆอย่างรวมกัน

คุณก็คงใช้ชีวิตคู่ได้อย่างมีความสุข และคงจะมองเห็นแต่ด้านดีๆของการใช้ชีวิตคู่ใช่ไหมล่ะ:blink:




#2 wason

    รองผู้ใหญ่บ้าน บ้านOlderMan Lover

  • เด็ก ม.ต้น
  • PipPipPipPip
  • 103 โพสต์
  • อายุ: 48

โพสต์เมื่อ 19 สิงหาคม 2011 - 04:42 PM

มีคู่ก็ดีครับ(สนับสนุน) แต่จะหาคู่ที่มันเข้ากันได้ดีๆนี่ซิ หายาก

#3 chaych

    ลูกบ้าน OlderMan Lover

  • เด็ก ม.ต้น
  • PipPip
  • 46 โพสต์
  • อายุ: 35

โพสต์เมื่อ 20 สิงหาคม 2011 - 02:14 AM

แล้วข้อเสียล่ะครับ อะไรบ้างเอ่ย

#4 boonchai

    ลูกบ้าน OlderMan Lover

  • เด็ก ม.ต้น
  • PipPip
  • 13 โพสต์
  • อายุ: 44

โพสต์เมื่อ 23 สิงหาคม 2011 - 07:14 PM

Thanks.

#5 lamerpolla

    ๖๕/174/78 รุก ชอบดูดไอติม

  • เด็ก ม.ต้น
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 1,311 โพสต์
  • อายุ: 66

โพสต์เมื่อ 27 สิงหาคม 2011 - 05:24 PM

แล้วข้อเสียล่ะครับ อะไรบ้างเอ่ย

ถ้าตอบง่ายๆ โดยไม่คิด จะตอบว่า " ข้อเสียจะมี ก็ต่อเมื่อคู่ที่มีอยู่ ไม่ใช่คู่ที่เข้ากันได้ดี กล่าวคือไม่ใช่คู่ "
แต่สัจจธรรมข้อนี้ มีเหตุปัจจัยที่ประกอบกันอยู่ครับ ลองพิจารณาปัจจัยที่ประกอบกันให้มีความรัก ตามเป็นจริงก่อน

ความรักของผู้ที่เป็นคู่ครองกันเกิดในกุศลจิต เป็นความพึงพอใจ พัฒนาเป็นความรักผูกพันเสน่หาซึ่งกันและกัน ให้ผลเป็นความรัก และความสุขทั้งทางกายและทางใจ จึงต้องแยก ความรักความพอใจทางใจ ออกจากความสุขทางกาย กล่าวคือ แยกให้ออกว่า ความรู้สึก เป็นสุข ครั้งใด มีเหตุ และ เป็นผล ที่มาจากความพอใจในอุปนิสัยของกันและกันตามความเป็นจริง ต้องแยกให้ออกว่าความรู้สึก เป็นสุข ครั้งใด มีเหตุ และ เป็นผล ที่มาจากการสัมผัสทางกายของกันและกัน เมื่อแยกได้ จะรู้ทันจิตและเจตสิกความอยากในขณะนั้น เมื่อแยกได้ จะไม่หลงจนลืมเหตุผลความถูกต้อง หากรู้ทันจิตและเจตสิกความอยากในใจในขณะนั้นได้ดังนี้ จึงสามารถประคองความรักให้ยั่งยืน

ที่ว่า " รักเป็น " คือ รักที่หมั่นทำความเข้าใจฅนที่เรารัก และ
ที่ว่า " รักที่รอวันตาย " คือ รักที่ยึดติดอยู่กับความพอใจของตัวเอง " ฅุณละ รักเป็นไหม
" รักจะยืนยาว ถ้ารักอย่างเข้าใจ รักจะสลาย ถ้ารักที่เอาแต่ใจตน " ฅนที่รักเป็นเท่านั้น จะเข้าใจ
" รักที่ต้องการให้ฅนรัก คอยเอาใจ คือรักลวง รักที่ต้องทนเอาใจฅนรัก คือหลงรัก "
" รักที่อยู่กับความเป็นจริง ของฅนที่เรารัก คือรักอย่างมีตัวตน "
" รักที่ตั้งอยู่บนเหตุและผล รักนั้นจะมั่นคง และยืนยาว "

ที่นี้ เรามาพิจารณา ข้อความที่เป็นตัวเอน และขีดเส้นใต้ไว้ จะเห็นความจริงที่ว่า
" ความสุขที่ถาวรของ ชีวิตคู่รัก ที่แท้จริงนั้น รวมศูนย์อยู่ที่ความพอใจในอุปนิสัยของกันและกันตามความเป็นจริงของแต่ละฅน หมายความว่า ฅนทั้งสองต้องมีความพอใจในอุปนิสัยของกันและกัน คือคิดเหมือนกัน จึงรักชอบที่จะทำเหมือนกัน "
ความจริงที่ฅนสองคนที่รักกัน มีใจครงกันในข้อนี้แหละ จะไม่สร้างปัญหาขัดใจกันในอนาคต ยกตัวอย่างฅนสองฅนที่ต่างคิดว่าเขาสองฅนรักกันจริง โดยที่ต่างฝ่ายก็เป็นฅนดี โดยฝ่ายหนึ่งแยกความรักในความดีของที่เขารัก-เป็นความผูกพันธ์-ห่วงใย ซึ่งเป็นความสุขทางใจ ออกจากความใคร่ในเพศสัมผัส ซึ่งให้ความสุขทางกายชั่วครั้งชั่วคราว จึงอาจหาความสุขชั่วครั้งชั่วคราวนี้บ้าง ตามแต่โอกาสที่เข้ามาหาเขา ในขณะที่อีกฝ่าย มีความเข้าใจผิดๆ ยึดรวมเรื่องความสุขที่เกิดจากความรักความผูกพันธ์ทางใจ ปนรวมกับความสุขในเรื่องเพศสัมผัสทางกาย ยึดรูปแบบคู่เดียวฅนเดียว จะมีนิสัยขี้หึง เป็นเหตุให้เคืองขุ่นใจ โกรธ เกิดเป็นปัญหา บั่นทอนความสุขทางใจ รักของชีวิตคู่ก็อวสาน (โดยลืมไปว่า สังขารย่อมร่วงโรยตามกาลเวลา พลังเพศที่ให้ความสุขทางกายชั่วครั้งคราวจะหมดไปในที่สุด เหลือไว้แต่ความสุขที่ผูกพันธ์ทางใจ ให้ชื่นชมกันต่อไป จนตายจากกัน)

ชีวิตคู่ ๆ ใดก็ตาม ถ้ายึดหลักสัจธรรมข้อนี้ต่อกันและกัน จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ตราบกาลอวสานแห่งสังขาร ครับ

So long farewell to the devil of paradise. ลาแล้ว สวรรค์ในแดนมาร

ฝันว่า...ท่องป่าพนาไพร เพลินไปกับพันธ์ไม้ หลากหลายสีสรร สดุดพลันตื่น...เพราะภัยในลานกว้าง เห็นวานรน้อยใหญ่ ติดตัง

英俊莫视衰鬼形 豪杰非闻恶妖声 贤孺勿管闻人事 圣明居空清静

ปัญญาชนไม่ยลอสุภะ ชวนจิตพระไม่สดับเสียงสาง บัณฑิตควรวางมิจฉาวัชชะ อรหัตมรรคพา สุขสงบเอย